เริ่มต้นใช้บัตรอ่าน 8 นาที

ค่าธรรมเนียมน้ำมันบัตรเครดิต (Fuel Surcharge) คืออะไร

รู้จักค่าธรรมเนียมน้ำมันบัตรเครดิต (Fuel Surcharge) ว่าคืออะไร เกิดเมื่อไหร่ คำนวณอย่างไร และเช็กบัตรที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนเกินได้

CG

ทีมบรรณาธิการ CardGuru

ตรวจทานโดย นักวิเคราะห์บัตรเครดิต CardGuru · อัปเดต 2026-08-29

ค่าธรรมเนียมน้ำมันบัตรเครดิต (Fuel Surcharge) คืออะไร

สรุปสั้น

  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันบัตรเครดิตคือค่าใช้จ่ายที่อาจถูกบวกเพิ่มจากยอดเติมน้ำมันตามเงื่อนไขของร้านค้า ไม่ใช่ยอดค่าน้ำมันปกติ
  • บางสถานีหรือบางช่องทางชำระเงินอาจมีนโยบายคิดเพิ่มเป็นเปอร์เซ็นต์ ทำให้ยอดตัดบัตรสูงกว่าที่เห็นบนหัวจ่าย
  • ก่อนรูดควรดูเงื่อนไขร้านค้า สลิป และข้อความยืนยันยอดทุกครั้ง เพื่อไม่จ่ายเกินจำเป็น
  • ถ้าเติมบ่อย ควรเลือกบัตรที่คุ้มกับรูปแบบใช้จ่ายของตัวเอง และหลีกเลี่ยงการถือบัตรที่มีต้นทุนสูงโดยไม่จำเป็น

**ค่าธรรมเนียมน้ำมัน บัตรเครดิต** หรือ Fuel Surcharge คือค่าใช้จ่ายที่ร้านค้าบางแห่งอาจเรียกเก็บเพิ่มเมื่อชำระค่าน้ำมันด้วยบัตรเครดิต โดยมักคิดจากยอดเติมน้ำมันตามเงื่อนไขที่กำหนด ไม่ใช่ค่าบริการจากธนาคารผู้ออกบัตรโดยตรง

ผู้ใช้บัตรจึงอาจเห็นยอดบนหัวจ่ายหนึ่งจำนวน แต่ยอดที่ตัดจริงในสลิปหรือรายการแจ้งเตือนอาจสูงกว่าเล็กน้อย หากร้านค้านั้นมีนโยบายคิดค่าธรรมเนียมนี้

เป้าหมายของบทความนี้คือช่วยให้คุณสังเกตให้ทัน คำนวณได้เอง และเลือกวิธีชำระเงินที่เหมาะกับการเติมน้ำมันประจำวัน โดยไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลาย

ค่าธรรมเนียมน้ำมัน บัตรเครดิต คืออะไร และเกิดขึ้นเมื่อไหร่

Fuel surcharge คือการบวกค่าใช้จ่ายเพิ่มจากรายการชำระค่าน้ำมันด้วยบัตรเครดิตในบางสถานีบริการหรือบางช่องทางชำระเงิน ความต่างสำคัญคือยอดค่าน้ำมันเป็นราคาสินค้าหลัก ส่วน surcharge คือค่าใช้จ่ายประกอบที่ร้านค้ากำหนดตามนโยบายของตน

สถานการณ์ที่พบบ่อยคือเติมน้ำมันแล้วพนักงานแจ้งว่ามีค่าธรรมเนียมเพิ่มตามเปอร์เซ็นต์ หรือเครื่องรูดแสดงยอดที่มากกว่ายอดเติมจริงเล็กน้อย หากไม่ได้สังเกตก่อนยืนยัน รายการในใบเสร็จจะเป็นยอดรวมดังกล่าว

ตัวอย่างเช่น หากเติมน้ำมัน 1,000 บาท แล้วมีการคิดเพิ่ม 3% ยอดก่อนภาษีหรือก่อนรายการอื่นจะกลายเป็น 1,030 บาท และถ้ามีภาษีมูลค่าเพิ่มหรือเงื่อนไขอื่นร่วมด้วย ยอดที่ตัดจริงอาจสูงขึ้นอีกเล็กน้อย จึงควรดูสลิปให้ครบทุกบรรทัด

ตัวอย่างภาพรวมของยอดชำระเมื่อมีค่าธรรมเนียมน้ำมัน

ยอดเติมน้ำมัน1,000 บาท
ค่าธรรมเนียม 3%30 บาท
ยอดรวมก่อนภาษี/เงื่อนไขอื่น1,030 บาท
สิ่งที่ควรเช็กยอดบนสลิปและข้อความแจ้งยอดก่อนกดยืนยัน

ทำไมร้านค้าบางแห่งถึงเก็บ Fuel Surcharge

เหตุผลหลักคือร้านค้ารับภาระต้นทุนจากการรับชำระด้วยบัตร เช่น ค่าธรรมเนียมเครือข่ายหรือค่าดำเนินการของระบบรับบัตร จึงอาจเลือกผลักต้นทุนบางส่วนไปยังผู้ใช้บริการในรูปแบบ Fuel Surcharge

นอกจากนี้ แต่ละแบรนด์ แต่ละสถานี หรือแต่ละช่องทาง เช่น ชำระที่ปั๊ม ชำระผ่านแอป หรือชำระกับผู้ให้บริการคนละราย อาจมีนโยบายไม่เหมือนกัน แม้อยู่ในสถานีเดียวกันก็อาจต่างกันได้

ดังนั้นก่อนเติมทุกครั้ง ควรถามให้ชัดว่าชำระด้วยบัตรเครดิตมีค่าธรรมเนียมหรือไม่ และมีเงื่อนไขขั้นต่ำหรือข้อยกเว้นใดบ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงยอดเกินคาด

  • สอบถามพนักงานก่อนรูดทุกครั้งว่ามีค่าธรรมเนียมเพิ่มหรือไม่
  • ดูป้ายประกาศหน้าจุดชำระเงินหรือหน้าหัวจ่ายว่าใช้บัตรได้แบบไหน
  • ตรวจสอบว่าร้านค้านั้นคิดเพิ่มเฉพาะบัตรเครดิต หรือรวมถึงช่องทางอื่นด้วย
  • เก็บสลิปไว้เทียบกับรายการแจ้งเตือนในแอปธนาคาร
  • หากเงื่อนไขไม่ชัดเจน ให้เลือกวิธีชำระที่คุณตรวจสอบยอดได้ง่ายกว่า

วิธีคำนวณค่าธรรมเนียมน้ำมันบัตรเครดิตแบบง่าย

วิธีคิดพื้นฐานคือ ยอดค่าน้ำมัน + ค่าธรรมเนียมตามเปอร์เซ็นต์ และถ้ามีเงื่อนไขอื่น เช่น ภาษีหรือค่าบริการเพิ่มเติม ก็ให้บวกต่อจากยอดรวมตามที่ร้านค้าระบุ สูตรที่ง่ายที่สุดคือ ยอดสุทธิ = ยอดเติม x (1 + อัตราค่าธรรมเนียม)

ตัวอย่างกรณีแรก เติม 800 บาท และถูกคิดเพิ่ม 2% จะมีค่าธรรมเนียม 16 บาท ทำให้ยอดรวมเป็น 816 บาท ตัวอย่างกรณีที่สอง เติม 1,500 บาท และคิดเพิ่ม 3% จะมีค่าธรรมเนียม 45 บาท ยอดรวมเป็น 1,545 บาท

ก่อนกดยืนยันรายการ ควรอ่านยอดบนหน้าจอเครื่องรูดหรือข้อความแจ้งเตือนจากแอปธนาคารให้ครบ หากยอดไม่ตรงกับที่คาดไว้ให้ถามพนักงานทันที เพราะเมื่อรายการถูกตัดแล้ว การแก้ไขอาจยุ่งยากกว่าการตรวจตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างการคำนวณค่าธรรมเนียมน้ำมัน

กรณี 1เติม 800 บาท + ค่าธรรมเนียม 2% = 816 บาท
กรณี 2เติม 1,500 บาท + ค่าธรรมเนียม 3% = 1,545 บาท
สูตรจำง่ายยอดสุทธิ = ยอดเติม x (1 + อัตราค่าธรรมเนียม)
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนยืนยันยอดบนหน้าจอ, สลิป, และข้อความแจ้งยอด

บัตรเครดิตใบไหนเหมาะกับคนที่เติมน้ำมันบ่อย

บัตรค่าธรรมเนียมรายปีรายได้ขั้นต่ำผลตอบแทนเหมาะกับใคร
KTC VISA PLATINUMฟรีตลอดชีพ15000 บาท/เดือน1x แต้มคนที่อยากถือบัตรต้นทุนต่ำและใช้จ่ายทั่วไป
KTC PLATINUM MASTERCARDฟรีตลอดชีพ15000 บาท/เดือน1x แต้มคนที่ต้องการบัตรฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ
Krungsri Platinum Credit Cardฟรีตลอดชีพ15000 บาท/เดือน1x แต้มคนที่ต้องการบัตรพื้นฐานและผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน
Krungsri NOW Platinumฟรีตลอดชีพ15000 บาท/เดือน5% cashbackคนที่ใช้จ่ายดิจิทัลบ่อยและอยากได้ cashback
Krungsri JCB Platinumฟรีตลอดชีพ15000 บาท/เดือน3% cashbackคนที่เน้น cashback และมีรูปแบบใช้จ่ายที่ตรงกับสิทธิ์บัตร

ถ้าคุณเติมน้ำมันบ่อย จุดสำคัญไม่ใช่แค่การลดค่าธรรมเนียมหน้าเติม แต่คือการเลือกบัตรที่ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมคุ้มกว่าในภาพรวม บัตรที่ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพช่วยลดต้นทุนการถือบัตรได้จริง เพราะคุณไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายประจำเพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์

ในกลุ่ม CardGuru มีหลายใบที่เริ่มจากรายได้ขั้นต่ำ 15000 บาท/เดือน เช่น KTC VISA PLATINUM, KTC PLATINUM MASTERCARD, Krungsri Platinum Credit Card, Krungsri NOW Platinum และ Krungsri JCB Platinum ส่วนบัตรที่มีรายได้ขั้นต่ำ 50000 บาท/เดือน เช่น KTC VISA SIGNATURE หรือ KTC JCB ULTIMATE จะเหมาะกับผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์และต้องการผลตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์เฉพาะทางมากขึ้น

หากคุณต้องการแต้มสะสมแบบง่าย บัตรที่ให้ 1x แต้มอาจเหมาะกับการใช้จ่ายทั่วไป แต่ถ้าใช้จ่ายตรงหมวดที่บัตรออกแบบมา เช่น cashback 5% ของ Krungsri NOW Platinum หรือ cashback 3% ของ Krungsri JCB Platinum ก็อาจช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากการเติมน้ำมันได้ดีกว่า ทั้งนี้ควรดูว่ารูปแบบใช้จ่ายของคุณตรงกับเงื่อนไขบัตรจริงหรือไม่

บัตรที่น่าสนใจจาก CardGuru

KTCแนะนำ

KTC VISA PLATINUM

4.2

ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

ค่าธรรมเนียม

ฟรีตลอดชีพ

แต้มสะสม

1x

รายได้/ด.

15,000

  • ผ่อน 0.74%/เดือน สูงสุด 10 เดือน
  • ประกันการเดินทาง 8 ล้านบาท
รายละเอียด
สมัครเลย

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

KTC

KTC PLATINUM MASTERCARD

4.1

ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

ค่าธรรมเนียม

ฟรีตลอดชีพ

แต้มสะสม

1x

รายได้/ด.

15,000

  • ผ่อน 0.74%/เดือน สูงสุด 10 เดือน
  • ประกันการเดินทาง 8 ล้านบาท
รายละเอียด
สมัครเลย

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

กรุงศรีแนะนำ

Krungsri Platinum Credit Card

4.2

ฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ

ค่าธรรมเนียม

ฟรีตลอดชีพ

แต้มสะสม

1x

รายได้/ด.

15,000

  • ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน
  • ส่วนลดร้านอาหารและ lifestyle ทั่วไทย
รายละเอียด
สมัครเลย

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

กรุงศรีใหม่

Krungsri NOW Platinum

5.0

Cashback 5% ทุกการใช้จ่ายดิจิทัล

ค่าธรรมเนียม

ฟรีตลอดชีพ

Cash Back

5%

รายได้/ด.

15,000

  • แต้ม 2x ที่ร้านอาหารทั่วโลก
  • ฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ
รายละเอียด
สมัครเลย

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

กรุงศรีแนะนำ

Krungsri JCB Platinum

4.9

Cashback 3% ร้านอาหารทั่วโลก

ค่าธรรมเนียม

ฟรีตลอดชีพ

Cash Back

3%

รายได้/ด.

15,000

  • Airport Lounge สนามบินชั้นนำในเอเชีย
  • คุ้มสุดสำหรับทริปญี่ปุ่น เกาหลี
รายละเอียด
สมัครเลย

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

KTCแนะนำ

KTC VISA SIGNATURE

4.3

สะสมแต้ม 2 เท่าเมื่อใช้จ่ายต่างประเทศ

ค่าธรรมเนียม

ฟรีตลอดชีพ

แต้มสะสม

2x

รายได้/ด.

50,000

  • สิทธิ์ Airport Lounge พรีเมียม
  • ฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ
รายละเอียด
สมัครเลย

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

KTCใหม่แนะนำ

KTC JCB ULTIMATE

4.2

คะแนน KTC FOREVER 2 เท่าเมื่อใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ

ค่าธรรมเนียม

ฟรีตลอดชีพ

แต้มสะสม

2x

รายได้/ด.

50,000

  • ห้องรับรองพิเศษ MIRACLE LOUNGE 2 ครั้ง/ปี
  • ไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด คะแนนไม่มีวันหมดอายุ
รายละเอียด
สมัครเลย

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

วิธีหลีกเลี่ยงหรือรับมือค่าธรรมเนียมน้ำมัน

  • ตรวจสอบเงื่อนไขร้านค้าและวิธีชำระเงินก่อนเติมทุกครั้ง โดยเฉพาะหากเป็นสถานีหรือช่องทางที่คุณไม่เคยใช้
  • เปรียบเทียบผลตอบแทนของบัตรกับค่าธรรมเนียมที่อาจถูกเก็บ ถ้าคืนค่าน้อยกว่าค่าใช้จ่ายเพิ่มก็อาจไม่คุ้ม
  • ใช้ช่องทางชำระอื่นที่ร้านค้ารองรับ หากค่าธรรมเนียมของบัตรเครดิตสูงเกินประโยชน์ที่ได้รับ
  • เก็บหลักฐานรายการและแจ้งธนาคารทันทีเมื่อยอดตัดไม่ตรงกับที่ตกลงกันไว้

ถ้าค่าธรรมเนียมสูงกว่าความคุ้ม

อย่ามองแค่แต้มสะสมหรือ cashback อย่างเดียว ให้เทียบยอดสุทธิที่ต้องจ่ายจริงก่อนเสมอ หากค่าธรรมเนียมทำให้ต้นทุนสูงขึ้นมาก การเปลี่ยนไปใช้วิธีชำระที่เหมาะกว่าอาจช่วยประหยัดได้มากกว่า

คำถามที่พบบ่อย

ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี