เริ่มต้นใช้บัตรอ่าน 7 นาที

Credit Score คืออะไร วิธีเช็คคะแนนเครดิต NCB และเพิ่มคะแนนให้สมัครบัตรผ่าน 2026

Credit Score คืออะไร NCB คะแนน 300-900 วิธีเช็ค Credit Bureau ออนไลน์ และเคล็ดลับเพิ่มคะแนนเพื่อสมัครบัตรเครดิตผ่าน

CG

ทีมบรรณาธิการ CardGuru

ตรวจทานโดย นักวิเคราะห์บัตรเครดิต CardGuru · อัปเดต 2026-03-19

สมาร์ทโฟนแสดงแอปการเงินและบัตรเครดิตบนโต๊ะทำงาน

ทำความเข้าใจ Credit Score ของ NCB คะแนนแต่ละระดับหมายความว่าอะไร วิธีเช็คออนไลน์ และเคล็ดลับเพิ่มคะแนนเพื่อให้การสมัครบัตรเครดิตผ่านได้ง่ายขึ้น

Credit Score คือคะแนนสินเชื่อที่ออกโดยบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB) ช่วงคะแนน 300–900 ยิ่งสูงยิ่งดี ธนาคารใช้คะแนนนี้ประกอบการตัดสินใจอนุมัติบัตรเครดิตและกำหนดวงเงิน คะแนน 650 ขึ้นไปมีโอกาสอนุมัติบัตรทั่วไป คะแนน 700 ขึ้นไปเหมาะสมัครบัตร Premium

ช่วงคะแนน NCB300-900
น้ำหนักประวัติชำระหนี้35%
ค่าขอรายงาน NCB150 บ.

Credit Score คืออะไร

Credit Score หรือ คะแนนเครดิต คือตัวเลขที่ National Credit Bureau (NCB) หรือที่รู้จักกันว่า “เครดิตบูโร” ใช้ในการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินของบุคคลแต่ละคน คะแนนอยู่ในช่วง 300-900 โดยยิ่งสูงยิ่งดี

ธนาคารและสถาบันการเงินใช้คะแนนนี้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อ บัตรเครดิต และกำหนดวงเงินที่ให้ คะแนนสูงหมายถึงโอกาสอนุมัติสูงขึ้นและอาจได้วงเงินมากขึ้นด้วย

NCB รวบรวมข้อมูลจากธนาคาร บริษัทลิสซิ่ง และสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิก ซึ่งครอบคลุมสินเชื่อและบัตรเครดิตเกือบทั้งหมดในระบบ ข้อมูลจะถูกอัปเดตทุกเดือน

ระดับ Credit Score และความหมาย

800-900 ดีเยี่ยมโอกาสอนุมัติสูงมาก ได้วงเงินสูง อัตราดอกเบี้ยดีที่สุด
700-799 ดีโอกาสอนุมัติสูง วงเงินดี เหมาะสมัครบัตร Premium
650-699 พอใช้มีโอกาสอนุมัติบัตรทั่วไป วงเงินปานกลาง
600-649 ต่ำกว่าเกณฑ์ต้องใช้รายได้และปัจจัยอื่นช่วย บางธนาคารอาจปฏิเสธ
500-599 ต่ำมีประวัติชำระล่าช้า ควรแก้ไขก่อนสมัคร
300-499 ต่ำมากมีประวัติค้างชำระหรือถูกฟ้อง ต้องใช้เวลาปรับปรุง 1-2 ปี

5 ปัจจัยที่กำหนด Credit Score

NCB คำนวณ Credit Score จากปัจจัย 5 ด้าน แต่ละด้านมีน้ำหนักต่างกัน เข้าใจปัจจัยเหล่านี้เพื่อวางแผนปรับปรุงคะแนนได้ถูกจุด

  1. 1

    ประวัติการชำระหนี้ (35%)

    ปัจจัยที่มีน้ำหนักมากที่สุด การชำระตรงเวลาทุกงวดสร้างคะแนนสูงได้ ในขณะที่การค้างชำระแม้เพียงครั้งเดียวส่งผลลบอย่างมาก ประวัติย้อนหลัง 24-36 เดือนมีน้ำหนักมากที่สุด

  2. 2

    วงเงินที่ใช้อยู่ (Credit Utilization) (30%)

    สัดส่วนวงเงินที่ใช้ต่อวงเงินทั้งหมด ควรใช้ไม่เกิน 30% เช่น ถ้าวงเงิน 100,000 บาท ควรมียอดค้างไม่เกิน 30,000 บาท การใช้วงเงินสูงแสดงถึงความเสี่ยงทางการเงิน

  3. 3

    ระยะเวลาประวัติเครดิต (15%)

    บัญชีเก่าที่มีประวัติดีมีค่ามาก อย่าปิดบัตรเก่าที่ไม่ค่อยใช้ถ้ายังชำระดีอยู่ เพราะการรักษาบัญชีเปิดไว้ช่วยเพิ่มคะแนนในด้านนี้

  4. 4

    ประเภทหนี้สิน (10%)

    การมีหนี้หลายประเภท เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อรถ สินเชื่อบ้าน และจัดการได้ดีแสดงถึงทักษะการบริหารเงิน แต่ไม่ควรสมัครหนี้ใหม่เพื่อสร้างความหลากหลายโดยไม่จำเป็น

  5. 5

    การสมัครสินเชื่อใหม่ (10%)

    ทุกครั้งที่ธนาคารตรวจ Credit Score เพื่อพิจารณาสินเชื่อ (Hard Inquiry) จะมีผลลบเล็กน้อย 2-5 คะแนน การสมัครหลายใบพร้อมกันในเวลาสั้นจะทำคะแนนลดลงมาก

วิธีเช็ค Credit Score

  1. 1

    ผ่านแอป MyCreditInfo (NCB)

    ดาวน์โหลดแอป MyCreditInfo ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนและ Selfie ค่าบริการ 150 บาทต่อครั้ง ได้รายงานภายใน 1-3 วันทำการ

  2. 2

    ผ่านเว็บไซต์ creditbureau.co.th

    สมัครสมาชิก NCB Online ยืนยันตัวตนและชำระค่าบริการ 150 บาท ดาวน์โหลดรายงานได้ทันทีหรือภายใน 1 วันทำการ

  3. 3

    ที่สาขาธนาคาร

    ไปที่สาขาธนาคารที่เป็นสมาชิก NCB เช่น กรุงไทย กสิกรไทย SCB ไทยพาณิชย์ พร้อมบัตรประชาชน ค่าบริการ 100-150 บาท รับรายงานวันเดียวกัน

เคล็ดลับ

ควรเช็ค Credit Score ก่อนสมัครบัตรเครดิตอย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อมีเวลาแก้ไขถ้าพบปัญหา

วิธีเพิ่ม Credit Score ให้สูงขึ้น

การเพิ่ม Credit Score ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ ไม่มีวิธีลัด แต่ทำตามหลักเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง คะแนนจะค่อย ๆ ดีขึ้นในเวลา 6-12 เดือน

  1. 1

    ชำระหนี้ตรงเวลาทุกงวด

    ตั้ง auto-payment ยอดขั้นต่ำ (5% ของยอดค้าง) เพื่อป้องกันการลืม แม้ชำระขั้นต่ำก็ดีกว่าค้างชำระ

  2. 2

    ลดการใช้วงเงินให้ต่ำกว่า 30%

    ถ้าใช้วงเงินสูงอยู่ ให้ชำระหนี้เพิ่มก่อนรอบตัด หรือขอเพิ่มวงเงินเพื่อให้สัดส่วนลดลง

  3. 3

    ไม่สมัครบัตรหลายใบในเวลาสั้น

    เว้นระยะอย่างน้อย 6 เดือนระหว่างการสมัครสินเชื่อใหม่แต่ละครั้ง เพื่อให้ Hard Inquiry จางลง

  4. 4

    รักษาบัญชีเก่าให้เปิดอยู่

    บัตรเก่าที่มีประวัติดีมีคุณค่า ถ้าไม่ใช้บัตรเก่าให้ใช้จ่ายเล็กน้อยแล้วชำระเต็มทุกเดือน

  5. 5

    ตรวจรายงานเครดิตเป็นประจำ

    ขอรายงาน NCB ปีละครั้งเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ถ้าพบข้อผิดพลาดให้ยื่นคำร้องแก้ไขทันที

  6. 6

    ชำระหนี้ค้างให้หมด

    ถ้ามีหนี้ค้างชำระ ให้รีบชำระและขอหนังสือรับรองการชำระจากเจ้าหนี้เพื่อให้อัปเดตในระบบ NCB

ข้อควรระวัง: ข้อมูลในรายงาน NCB

ข้อมูลใน NCB จะอยู่นาน 3 ปีนับจากวันที่ปิดบัญชี สำหรับหนี้ที่ชำระแล้ว และอาจอยู่นานขึ้นถ้ามีประวัติถูกฟ้อง ถ้าพบข้อผิดพลาดในรายงาน เช่น ยอดหนี้ผิด หรือบัญชีที่ไม่ใช่ของคุณ ให้ยื่นคำร้องแก้ไขที่ NCB ทันที เพราะข้อมูลผิดพลาดอาจทำให้คะแนนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

คำถามที่พบบ่อย

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

  • วิธีสมัครบัตรเครดิต: ขั้นตอนและเอกสารสมัครบัตรครบ
  • บัตรฟรีค่าธรรมเนียม: รวมบัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี
  • เทคนิคสะสมแต้ม: ใช้บัตรให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด

Credit Score ดีแล้ว พร้อมสมัครบัตรเครดิต?

เปรียบเทียบบัตรจาก KTC กรุงศรี UOB TTB ครบทุกธนาคาร